อัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ กล่าวเปิดการประชุมปฏิบัติการ Advancing Climate Resilient Livelihoods in Thailand จัดโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกับมูลนิธิ Rockefellerและมหาวิทยาลัยมหิดล
อัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ กล่าวเปิดการประชุมปฏิบัติการ Advancing Climate Resilient Livelihoods in Thailand จัดโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกับมูลนิธิ Rockefellerและมหาวิทยาลัยมหิดล
วันที่นำเข้าข้อมูล 21 ก.พ. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 ก.พ. 2567
เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมกับมูลนิธิ Rockefeller และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Advancing Climate Resilient Livelihoods in Thailand” ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดย ร้อยโท สรวุฒิ ปรีดีดิลก อัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ปฏิบัติหน้าที่ที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศได้กล่าวต้อนรับในพิธีเปิด ร่วมกับ Ms.Deepali Khanna ตำแหน่ง Vice President, Asia Regional Office มูลนิธิ Rockefeller และ รศ. ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน มากกว่า ๕๐ คน
การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้หน่วยงานไทยและทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในด้านการจัดการและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับทราบนโยบายและยุทธศาสตร์ของไทยในด้านดังกล่าว รวมทั้งเป็นเวทีหารือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนบูรณาการการทำงานระหว่างกันในการส่งเสริมให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน
ในฐานะผู้แทนกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ร้อยโทสรวุฒิฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็นปัญหาเร่งด่วนและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชน นโยบายของรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ โดยมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio – Circular – Green Economy : BCG Model) ตลอดจนมุ่งบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน ปี ค.ศ. 2065
นอกจากการบรรยายในหัวข้อ Thailand’s Trajectory Towards Net Zero: National Plans and Policies in Tackling Climate Change แล้ว การประชุมดังกล่าวยังมีการเสวนาโดยผู้แทนจากภาครัฐ ชุมชน และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงการแบ่งกลุ่มระดมสมองระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนาในช่วงบ่าย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับผลกระทบต่อด้านสาธารณสุข การเกษตร และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านพลังงาน และแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยผลลัพธ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการฯครั้งนี้จะใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาชุมชนเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Thailand International Cooperation Agency (TICA)