วันที่นำเข้าข้อมูล 15 พ.ย. 2562
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 เม.ย. 2564
ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ คณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย ผู้แทนกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (ส่วนให้ความร่วมมือกับต่างประเทศ ๑ และคณะทำงานเผยแพร่ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และคณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ด้านวนศาสตร์เกษตร ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน การพัฒนาและส่งเสริมการเกษตร และการแปรรูปและเทคโนโลยีเกษตร โดยเฉพาะชา) เดินทางไปจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนปฏิบัติการ (Operational Plan) ภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเวียดนาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจาก ๒ หมู่บ้าน คือ Dong Bong และ Dong Xien ในตำบล Yen Lac อำเภอ Phu Luong จังหวัดThai Nguyen สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ทั้งสองหมู่บ้านเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับดำเนินโครการฯ โดยหมู่บ้าน Dong Bong มีประชากรอาศัยอยู่จำนวน ๘๙ หลังคาเรือน ประชาชนเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๙ โดยรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายให้ประชาชนจาก จ.ถ่ายบิ่ง (Thai Binh) ย้ายมาตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกชาพื้นเมืองอบแห้ง (ชาเมี่ยง) ซึ่งเป็นอาชีพในครัวเรือน เริ่มต้นตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การแปรรูปโดยการอบแห้ง บรรจุภัณฑ์และจำหน่ายออกสู่ท้องตลาด ซึ่งสังเกตได้ว่าจะยังไม่มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตชาของชุมชนซึ่งทางหมู่บ้านมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชา ให้มีความหลากหลายและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์รวมทั้งต้องการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากชาเป็นจุดขาย สำหรับหมู่บ้าน Dong Xien มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ จำนวน ๘๐ หลังคาเรือน และในจำนวน ๕๐ หลังคาเรือน อาศัยอยู่ในแบบบ้านที่เป็นสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยประชากรของหมู่บ้านร้อยละ ๙๕ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ “San Chay” ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปลูกไม้ป่า (Acacia) ขายเป็นไม้สำหรับเฟอร์นิเจอร์และฟืน และเลี้ยงปศุสัตว์ (ไก่และหมู) อัตลักษณ์สำคัญของหมู่บ้าน Dong Xien คือ มีวัฒนธรรมประเพณีการเต้นรำแบบดั้งเดิม มีเสื้อผ้า อาหาร และบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ภายในหมู่มีอ่างเก็บน้ำ Dong Xien เป็นแหล่งเก็บน้ำซึ่งสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน โดยหมู่บ้าน Dong Xien มีความต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเนื่องจากมีจุดขายด้านอัตลัษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมการแต่งกาย อาหาร การละเล่น และระบบวนเกษตร
รูปภาพประกอบ