กรมความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมพิธีปิดการฝึกอบรมด้านการป้องกันและเฝ้าระวังโรค African Swine Fever (ASF) และพิธีส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนด้านการป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF แก่ด่านกักกันโรคสัตว์ของ สปป. ลาว

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมพิธีปิดการฝึกอบรมด้านการป้องกันและเฝ้าระวังโรค African Swine Fever (ASF) และพิธีส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนด้านการป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF แก่ด่านกักกันโรคสัตว์ของ สปป. ลาว

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ค. 2569

| 25 view

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นางพิมพ์วดี โสวรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีปิดการฝึกอบรม หัวข้อ “การป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรค African Swine Fever (ASF)” และพิธีส่งมอบอุปกรณ์สำหรับใช้ในการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรค ASF ให้แก่ด่านกักกันโรคสัตว์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ด่านกักกันสัตว์ระหว่างประเทศหนองคาย จังหวัดหนองคาย โดยทั้งสองกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Enhancing Emergency Preparedness and Response to Prevent and Control African Swine Fever Thai-Lao Border ซึ่งมุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการป้องกันและควบคุมโรค ASF ตามแนวชายแดนไทย–ลาว

การฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมปศุสัตว์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการเป็นวิทยากรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค ASF ให้แก่เจ้าหน้าที่ของฝ่ายลาว ที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังโรค ASF ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จำนวน 20 คน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและยกระดับความร่วมมือด้านสาธารณสุขสัตว์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมปศุสัตว์และเกษตรกรไทย เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการค้า พัฒนาระบบเตือนภัยและการตอบสนองร่วมกัน ส่งเสริมบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนาในภูมิภาคทั้งในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและกรอบอาเซียน

ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม ผู้แทนทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาและประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม ตลอดจนหารือถึงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมต่อยอดภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและควบคุมโรค ASF ในพื้นที่ชายแดน ไทย–ลาว อย่างยั่งยืนต่อไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ